ต้นกำเนิดนักรบสปาตัน

เวลาที่ได้ยินคำว่า นักรบสปาตัน คนรุ่นใหม่อาจมองว่านี่คือเนื้อเรื่องที่ถูกแต่งและสร้างขึ้นมาเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดให้คนบนโลกได้ชมการด้วยการอิงเรื่องราวของการรบในสมัยก่อน ทว่าจริงๆ แล้วนักรบสปาตันเป็นนักรบที่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจอย่างมากเพราะในอดีตพวกเขาเคยเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มีลมหายใจใช้ชีวิตแบบเราๆ ทั่วไป มาทำความรู้จักกับต้นกำเนิดของนักรบสปาตันที่แท้จริงว่าจะมีความตื่นเต้นมากน้อยแค่ไหน

warrior_spartan

ประวัตินักรบสปาตัน

ตามประวัติศาสตร์ที่ได้มีการกล่าวถึงกลุ่มนักรบสปาตันนี้ได้ระบุเอาไว้ว่า ชาวสปาตันเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งบนโลกใบนี้ที่อาศัยอยู่ในรัฐสปาร์ตาซึ่งเป็นเมืองๆ หนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นมาในยุคสมัยกรีกโบราณช่วงราวศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล ในยุคสมัยนั้นต้องบอกว่าเมืองกรีกหรือกรีซในปัจจุบันเป็นเมืองที่มีอำนาจเฟื่องฟู มีอารยธรรมที่ชัดเจน เมืองเอเธนส์ที่ถือได้ว่าเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในสมัยนั้นใช้ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยทว่าทางด้านของเมืองสปาร์ตากลับเป็นเมืองที่มีกษัตริย์ปกครองถึง 2 พระองค์ องค์แรกจะประทับอยู่ในพระราชวังส่วนพระองค์ที่ 2 มักจะออกรบซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวสปาร์ตันทำได้ดีที่สุดจนเคยมีคำกล่าวที่ว่านักรบแห่งเมืองสปาร์ตัน 1 คน เท่ากับนักรบจากเมืองอื่นหลายคนรวมกันเลยทีเดียว เหตุผลก็มาจากเวลาส่วนใหญ่ของชาวสปาร์ตันจะทำการซ้อมรบ ซ้อมการต่อสู้ ส่วนคนที่มีหน้าที่ทำทุกสิ่งทุกอย่างแทนพวกเขาในการหุงหาอาหารก็คือเหล่าทาสบริวารทั้งหลาย โดยชายชาวสปาร์ตันแทบจะทั้งหมดจะต้องเป็นทหารเพื่อออกรบเมื่ออายุ 20 ปี แต่ก่อนหน้านี้สำหรับเด็กชายที่อายุครบ 7 ขวบจะต้องเตรียมตัวเป็นนักรบด้วยการเข้าฝึกในโรงเรียนทหารที่ถือว่าเป็นเรื่องโหดร้ายแบบสุดๆ สำหรับการที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง สำหรับเด็กที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงเมืองแห่งนี้เขาจะจัดการทิ้งทันทีเพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับพวกเขา ส่วนเด็กผู้หญิงก็ต้องมีร่างกายแข็งแรงออกกำลังกายบ่อยๆ แต่หน้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นการทำฟาร์มและการดูแลพวกทาสรับใช้

แต่ถ้านึกถึงสงครามของชาวสปาตันที่โด่งดังจนสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง 300 ก็คงหนีไม่พ้นสงครามที่เรียกว่า เทอร์มอพิลี (Thermopylae) ที่ถึงแม้ว่ากองทัพสปาตันที่มีอยู่ 300 คน จะไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งจากกองทัพเปอร์เซียที่ยกกันมามากมายมหาศาลได้ แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญแห่งกองทัพสปาตันว่าพวกเขาไม่เคยคิดจะยอมแพ้ แม้ว่าจะไร้อาวุธเหลือแต่มือเปล่าก็ตาม