เจงกีสข่าน แม่ทัพผู้เก่งกาจ และโหดเหี้ยม

Genghis-Khan-pic

หากจะให้ยกตัวอย่างชื่อของแม่ทัพ หรือ ผู้นำทัพที่มีความเก่งกาจ มีชื่อเสียง มีผลงานอันเลื่องลืออยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ล่ะก็ เชื่อว่า เจงกีสข่าน จักรพรรดิของชาวมองโกลต้องติดโผอย่างแน่นอน ความยอดเยี่ยมของเจงกีสข่านยังถูกหยิบขึ้นมาเรียนรู้จนถึงปัจจุบัน เค้าเป็นแม่ทัพที่มีความเก่งกาจ และโหดเหี้ยมอยู่ในคนเดียวกัน

วัยเด็กอันโหดร้าย

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ชีวิตของเจงกีสข่านนั้นไม่ได้สุขสบายเท่าไรนัก เค้าอาศัยอยู่ในเผ่าหนึ่งที่เร่ร่อนอยู่ตามทุ่งหญ้าเหมือนกับชนเผ่าอื่นทั่วไป แต่อนิจจาชีวิตของเค้าต้องเจอกับความโหดร้ายมากมาย ทั้งโดนจับไปแต่หนีรอดออกมาได้ อีกทั้งจะต้องเจอกับการรุกรานจากเผ่าอื่นจนเผ่าตัวเองต้องแตกพ่ายกระเจิงออกไป เรียกว่าตอนเด็ก เจงกีสข่าน ต้องปากกัดตีนถีบน่าดู

การรวบรวมชนเผ่า

เกริ่นไปหน่อยแล้วว่า วิถีชนเผ่าในทุ่งหญ้านั้นไม่ง่ายเลย มีการรบพุ่งกันตลอดเวลาอีกทั้งยังมีอีกหลายกลุ่ม มีอีกหลายความขัดแย้ง แต่เมื่อ เจงกีสข่าน โตขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า เค้าสามารถกำราบชนเผ่าของทุ่งหญ้าได้ทุกเผ่า จนทำให้เค้ากลายเป็นผู้อยู่เหนือสุดของทุ่งหญ้าในมองโกเลียได้แบบไร้ข้อกังขา สำคัญก็คือ เค้าทำทั้งหมดนี้ได้ด้วยการนำทัพด้วยวัยยังไม่ถึง 18 ปี

Genghis-Khan-photo

จากทุ่งหญ้า สู่การครองโลก

หลังจาก เจงกีสข่าน รวบรวมทุ่งหญ้าได้เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ความฝันของเค้าก็ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกนั่นคือการครองโลกทั้งหมด ทำให้ เจงกีสข่าน กับกองทัพของเค้า กรีฑาทัพไปยังเมืองแล้วเมืองเล่า ทั้งต่อสู้ ทั้งเจรจา ทั้งทำลาย แต่ละเมืองที่กองทัพผ่านไปทุกอย่างจะต้องยอมจำนน หากเราสำรวจแผนที่ที่ข่านยึดมาได้จะเห็นว่ามันเกือบครึ่งโลกเลย นับตั้งแต่ฝั่งมหาสมุทรแปรซิฟิกเริ่มจากประเทศจีน ไล่มาเรื่อยจนถึงประเทศรัสเซีย ยาวไปจนถึงทะเลดำ อีกนิดเดียวก็จะกรีฑาทัพขึ้นไปยึดอังกฤษได้แล้ว แต่ข่านเกิดเปลี่ยนใจ ยกเลิกเสียก่อน (จนถึงตอนนี้นักประวัติศาสตร์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไม)

ความโหดเหี้ยม อำมหิต

แต่สิ่งที่ทำให้ ชื่อเสียงของ เจงกีสข่าน กลายเป็นชื่อที่น่าหวาดกลัวไปทั่วทุกเมืองก็เป็นเพราะว่า การรบของพวกเค้านั้นค่อนข้างจะโหดเหี้ยมเลย หากไปถึงเมืองไหนแม้จะยอมจำนน ข่าน ก็พร้อมจะสั่งให้ทหารฆ่าศัตรูให้สิ้นซากไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้หญิง คนแก่ พร้อมยึดสิ่งของมีค่าไปด้วย มีกรณีเดียวที่เค้าจะละเว้นนั่นก็คือ บุคลากรผู้มีความสามารถ เค้าจะดึงกลับมาที่เมืองเพื่อให้ถ่ายทอดวิทยาการสู่มองโกลต่อไป

จากผลงานด้านการรบ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เจงกีสข่าน คือ ยอดนักรบอย่างแท้จริง แต่อีกด้านหนึ่งเค้าก็เป็นเหมือนปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตที่ผ่านไปเช่นกัน