จิ๋นซีฮ่องเต้ มหาราชและทรราชในร่างเดียวกัน

emperor-photo

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากกว่าหลายพันปี ผ่านช่วงยุคสมัยอันหลากหลาย ทั้งสงคราม ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การโค่นล้ม การกบฏ และอีกมากมาย หนึ่งในฮ่องเต้ที่ถูกพูดถึงมากในหน้าประวัติศาสตร์นั่นก็คือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้ที่เปรียบได้กับความสุดขั้วทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะเป็นมหาราช และทรราชในคนเดียวกัน

จิ๋นซีฮ่องเต้ เค้าเป็นใคร

นั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปในสมัยจ้านกว๋อ ตอนนั้นประเทศจีนแตกออกเป็น 7 รัฐด้วยกันก็คือ หาน ห้าว เว้ย ฉู่ เยียน ฉี และฉิน ยุคนั้นเป็นยุคแห่งสงครามอย่างแท้จริงระหว่างรัฐมีการรบพุ่งต่อกันมาตลอดเกือบ 500 ปี  รัฐฉินถือว่าเป็นรัฐที่ยากจนที่สุดในตอนนั้นตั้งอยู่สุดขอบทางด้านฝั่งตะวันตกได้มี ฮ่องเต้นามว่า อิ๋งเจิ้ง ขึ้นครองราชย์เค้ามีความหวังจะรวมประเทศให้เป็นหนึ่งแล้วจบสงครามตลอด 500 ปีนี้ลงซะ

จากฮ่องเต้อายุน้อย สู่การรวมประเทศ

อิ๋งเจิ้งได้ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุ 14 ปี กับความฝันในการรวบรวมประเทศพร้อมปราบอีก 6 รัฐที่เหลือเป็นเรื่องที่ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่อิ๋งเจิ้งใช้กลยุทธ์อันหลากหลายทั้งการบริหารบ้านเมือง และการทหารเพื่อต่อสู้กับรัฐอื่นอย่างสูสี จากรัฐที่ดูยากจนที่สุดในบรรดา 7 รัฐ อิ้งเจิ้งได้ดึงคนมีฝีมือโดยไม่จำกัดแคว้นนั่นทำให้ฉิน กลายเป็นแหล่งชุมนุมของผู้มีฝีมือด้านต่างไม่ว่าจะเป็นการบริหารบ้านเมือง และ แม่ทัพฝีมือดี นายทหารที่เก่งกล้า บวกกับการต่อสู้กับแคว้นอื่นทั้งการรบพุ่งบนสนามรบ และ กลเล่ห์เพทุบายเพื่อทำลายความสามัคคีในแคว้นนั้น จนสุดท้ายเค้าก็กลายเป็นฮ่องเต้องค์แรกที่ปราบทุกรัฐลงแล้วสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นประเทศจีนจนได้

emperor-image

การบังคับใช้กฎหมาย

อีกหนึ่งเรื่องหลังจากอิ้งเจิ้ง ขึ้นมารับตำแหน่งนี้ นั่นคือการละลายรัฐทั้งหมดแล้วแบ่งการปกครองใหม่ด้วยการแบ่งประเทศออกเป็น 36 มณฑล พร้อมทั้งยกเลิกบางอย่างออกไปให้ทุกคนหันมาใช้อย่างเดียวกันไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรภาษาจีน เงินตรา และ หน่วยชั่ง ตวง วัด อย่างเดียวกัน สำคัญที่สุดคือกฎหมายฉบับเดียวกันปกครองด้วยความเท่าเทียมกัน ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นหลักสำคัญของการบริหารประเทศจีนตอนนั้นให้ไปทางเดียวกันได้ของอิ้งเจิ้งก็ว่าได้

อิ้งเจิ้ง เวอร์ชั่นทรราช

อ่านมาถึงตรงนี้เราอาจจะต้องยอมรับในความเก่งกาจของ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฉินอย่างแน่นอน แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ การปกครองของเค้าก็ต้องแลกมาด้วยความหวาดกลัวของประชากรในบทลงโทษทางกฎหมายที่เฉียบขาดมาก การขูดรีดภาษีอันหฤโหดเพื่อนำไปบริหารแผ่นดิน การถูกเกณฑ์ทหารไปรบ และเกณฑ์ไปสร้างกำแพงเมืองจีน ยังไม่นับความขัดแย้งกับสำนักขงจื้อจนนำมาซึ่งการสังหารหมู่ผู้ศึกษาแนวคิดนี้ถึง 400 คน นี่แหละความสุดโต่งทั้งสองด้านของจิ๋นซีฮ่องเต้